"คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีความเห็นว่าในปี 2568 บริษัทมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการกำกับดูแลความเสี่ยงสำคัญของกลุ่มบริษัท และมีความเหมาะสมกับการประกอบธุรกิจและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท และกลุ่มบริษัท "
นายวีรศักดิ์ วิโรจน์วัฒนกุล
ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น บริษัท ทีวีดี โฮลดิ้งส์ จํากัด (มหาชน)
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีความยินดีเสนอรายงานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงประจำปี สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ดังต่อไปนี้
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงของบริษัท ทีวีดี โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 3 ท่าน โดยในระหว่างปี 2568 มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงรวมทั้งสิ้น 2 ครั้ง รายนามของกรรมการบริหารความเสี่ยงและจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุมมีดังนี้
จำนวนครั้งเข้าร่วมประชุม
นายวีรศักดิ์ วิโรจน์วัฒนกุล
นางสาวจิราภรณ์ พินิจนรชัย
นางสาวอณัญญา งามวรรณกุล
ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง
กรรมการบริหารความเสี่ยง
กรรมการบริหารความเสี่ยง
4/4
4/4
4/4
บริษัท ทีวีดี โฮลดิ้งส์ จํากัด (มหาชน) ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยเฉพาะการจัดการความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายทางธุรกิจของบริษัท โดยลดโอกาสความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นและให้ได้มาซึ่งโอกาสทางธุรกิจ อันจะนําไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้แก่ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสีย
ในปี 2568 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท และกฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยมีหน้าที่กำหนดและทบทวนนโยบาย เป้าหมายและกรอบการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กรให้มีความเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้งติดตามประเมินความเสี่ยงและผลการบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งในระดับหน่วยงานและองค์กร โดยมีการประชุมจำนวน 2 ครั้ง ซึ่งสรุปสาระสำคัญของงานดังนี้
1. กำกับดูแลและติดตาม การดำเนินงานด้านบริหารความเสี่ยง 2 ระดับ คือ
· การบริหารความเสี่ยงระดับกลยุทธ์ (Strategic risk management)
· การบริหารความเสี่ยงระดับปฏิบัติการ (Operational risk management)
กำหนดให้มีคณะทำงานด้านการบริหารความเสี่ยงทั้งในระดับกลยุทธ์ และระดับปฏิบัติการเพื่อให้การดำเนินงานครอบคลุม และเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยมีกลไกการดำเนินงานเป็นลำดับขั้นตอนที่ชัดเจนรวมทั้งสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันตามนโยบายของบริษัทและแนวทางของการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (Enterprise Risk Management)
2. พิจารณาและติดตามความเสี่ยงสำคัญของบริษัท (Key Risk Monitoring) ตามสถานการณ์ปัจจุบันที่บริษัทได้รับผลกระทบ โดยมีขอบเขตการพิจารณาครอบคลุม ดังนี้
ด้านกลยุทธ์ของธุรกิจ (Strategic Risk)
ปี 2568 บริษัทฯ ยังคงเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจสู่รูปแบบ Super Holding Company เพื่อกระจายความเสี่ยงและตอบสนองความต้องการต่อกลุ่มลูกค้าในยุคดิจิทัล ซึ่งเป็นแนวทางในการลดความเสี่ยง เนื่องจากในปี 2567 ธุรกิจ Home Shopping แบบดั้งเดิมทำรายได้ไม่เป็นไปตามเป้าจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค นอกเหนือจากที่กล่าวมานั้น บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสรรหาพันธมิตรทางการค้า (Strategic Partners) มาร่วมลงทุนในกลุ่มธุรกิจใหม่ (New S-Curve) รวมถึงในการขยายธุรกิจด้านเทคโนโลยีและการเงิน จะต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ที่รัดกุมและมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมบริหารจัดการ หรือมีแผนรองรับความเสี่ยงที่ชัดเจน ก่อนที่จะมีการลงทุนในโครงการใหม่
และรวมไปถึงการมุ่งเน้นขยายรายได้ทางธุรกิจ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทางออนไลน์ (E-commerce) และธุรกิจบริการ (B2B Outsourcing) ให้สูงขึ้น เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากช่องทางทีวี (TV Shopping) และเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์ในการนำเทคโนโลยี Data Analytics และ AI มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และการนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคแบบเฉพาะเจาะจง (Personalization) มากยิ่งขึ้น
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของ Environmental, Social, and Governance (ESG) และมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ โดยได้ทำการประเมินความเสี่ยง วางแนวทางการป้องกันและแก้ไข ในระดับกลยุทธ์ เพื่อลดความเสี่ยงด้าน ESG และสร้างความไว้วางใจให้กับนักลงทุน
ด้านการปฏิบัติการ (Operational Risk)
บริษัทฯ ยังคงเน้นย้ำผู้บริหารและพนักงาน ให้เกิดความตระหนักรู้ถึงความเสี่ยง (Risk awareness) ผ่านการจัดทำนโยบาย แนวทาง หรือมาตรการต่าง ๆ รวมถึงมีการจัดอบรมให้ความรู้กับพนักงาน ติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติตามนโยบาย ขั้นตอนการทำงาน รวมถึงการแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายให้มีความสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน เพื่อบริหารความเสี่ยงในการปฏิบัติงานให้อยู่ในระดับที่ควบคุมและตรวจสอบได้อย่างมีระบบ อีกทั้งให้ความสำคัญ เกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานที่ให้บริการ ความพร้อมสำหรับอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และการอบรมพนักงานให้มีองค์ความรู้ สำหรับการรับมือต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในแง่ธุรกิจและความปลอดภัยต่อ พนักงาน ลูกค้าและผู้เกี่ยวข้อง
ด้านการเงิน (Financial Risk)
บริษัทฯ ดำเนินมาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม โดยเฉพาะการบริหารเงินทุนสำรอง ตลอดจนการลงทุนแขนงต่างๆ การปรับโครงสร้างองค์กร การวางแผนใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน และกระแสเงินสด และควบคุมค่าใช้จ่ายในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง
ด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ (Compliance Risk)
ได้มีการเพิ่มความเสี่ยงเกี่ยวกับ Compliance Risk เพื่อจัดทำแผนดำเนินการให้บริษัท สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับพนักงาน และเน้นย้ำในเรื่อง การปฏิบัติตามกฎหมาย ประกาศ นโยบายบริษัท จรรยาบรรณบริษัท (Code of conduct) และคำสั่งของหน่วยงานภาครัฐอย่างครบถ้วน, นโยบายที่บริษัทมหาชนให้ความสำคัญ เช่น จรรยาบรรณทางธุรกิจ, นโยบายความขัดแย้งทางผลประโยชน์, นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน, นโยบายเรื่องการให้และรับของขวัญ การสนับสนุน และการเลี้ยงรับรอง, นโยบายเรื่องการบริจาคเพื่อการกุศล, นโยบายการสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง, นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคล เป็นต้น ที่มีผลกระบทต่อกรรมการบริษัท, ลูกค้า, คู่ค้า, นักลงทุน, พนักงาน โดยให้พนักงานยึดปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบภายในองค์กรโดยทั่วกัน
ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Risk)
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาอย่างรวดเร็ว (Digital disruption) จนอาจกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญอย่าง Cyber risk บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการประกาศนโยบายเกี่ยวกับ Cyber Risk, ประกาศนโยบายการเข้าถึง VPN, ปรับปรุงและแก้ไขขั้นตอนการทำงานที่เกี่ยวกับ IT, ตั้งคณะทำงาน Security ให้เป็นไปตามมาตราฐาน Compliance เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นด้าน IT และได้ดำเนินการตามแผนป้องกันความเสี่ยงเกี่ยวกับ Cyber risk ที่ได้กำหนดไว้ และจัดทำแผนดำเนินการ จัดทำประเมินระดับความพร้อม ด้านการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์
ความเสี่ยงด้านคอร์รัปชัน (Corruption Risk)
การทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อการพัฒนา อีกทั้งยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กร บริษัทฯ ได้ประกาศเจตนารมณ์ และได้รับการรับรอง ในการเป็นแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย หรือ Private Sector Collective Action against Corruption (CAC) ตลอดจนมุ่งเน้นการอบรมพนักงาน ให้เล็งเห็นความสำคัญของการเป็นองค์กรที่โปร่งใส ปราศจากการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ นำไปสู่การพัฒนาให้เติบโตอย่างยั่งยืนสืบไป
ทั้งนี้ ได้มีการพิจารณามาตรการจัดการความเสี่ยง (Risk Mitigation) ทั้งในเชิงป้องกัน (Preventive action) และเชิงแก้ไข (Corrective action) เพื่อให้ครอบคลุมและเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
3. พิจารณาเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง ทั้ง 2 ด้านได้แก่ การประเมินโอกาสเกิด (Likelihood) และการประเมินผลกระทบ (Impact) ของแต่ละความเสี่ยง เพื่อให้ทราบระดับความเสี่ยง (Risk Level) อีกทั้งมีหลักการที่ถูกต้องและมีข้อมูลสนับสนุนที่เพียงพอในการประเมินความเสี่ยง ซึ่งจะสามารถสะท้อนความเป็นจริงของความเสี่ยงสำคัญที่บริษัทให้ความสำคัญและติดตาม เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการอย่างถูกต้องเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด
4. พิจารณาการดำเนินงานบริหารความเสี่ยงตามกลไกและมาตรฐานสากล โดยเริ่มจากการติดตามความเสี่ยงปัจจุบันและระบุความเสี่ยงใหม่ๆ การประเมินความเสี่ยง การกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยง และการติดตามเพื่อรายงานความเสี่ยง โดยจัดเก็บข้อมูลความเสี่ยงในรูปแบบของทะเบียนความเสี่ยง รวมทั้ง กำหนดให้มีการจัดทำคู่มือการบริหารความเสี่ยงระดับปฏิบัติการ ที่ต้องกำหนดแผนงาน ขั้นตอนการดำเนินการที่ชัดเจน สามารถนำมาปฏิบัติใช้ได้ทันที
5. ทบทวนกฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้แนวทางในการปฏิบัติหน้าที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
6. จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง แบบรายคณะและรายบุคคลประจำปี 2568 ซึ่งผลการประเมินโดยรวมอยู่ระดับ “ดีมาก” และรายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อนำมาพัฒนาการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเปิดเผยผลการประเมินในรายงานประจำปี
โดยสรุป คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีความเห็นว่าในปี 2568 บริษัทมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการกำกับดูแลความเสี่ยงสำคัญของกลุ่มบริษัท และมีความเหมาะสมกับการประกอบธุรกิจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท และกลุ่มบริษัท โดยฝ่ายงานหลักของบริษัท และบริษัทย่อยแต่ละแห่งมีการบริหารความเสี่ยงของตนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ช่วยสนับสนุนให้การบริหารจัดการองค์กรและการประกอบธุรกิจของบริษัท และกลุ่มบริษัทดำเนินการได้ตามแผนงานที่วางไว้